กรอกข้อมูลเพื่อเข้าสู่ระบบ
| {{ col }} |
|---|
| {{ (row.data || row)[col] }} |
| {{ col }} |
|---|
| {{ (row.data || row)[col] }} |
คำอธิบายภาพรวมของไฟล์ (ไม่บังคับ)
Retrieval mode
ใช้ "Full scan"/"Always" เฉพาะ collection ขนาดเล็กที่ทุก record มีโอกาสเกี่ยวข้องเท่ากัน (เช่น โปรโมชัน) — ไม่งั้นข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งเข้า context ทุกครั้ง
อธิบายแต่ละ field (ไม่บังคับ):
⚠ {{ jsonFieldDescsJsonError }}
✓ JSON ถูกต้อง
ไม่พบ fields ในไฟล์
ไม่พบ field ที่ตรงกับคำค้นหา
คำอธิบายภาพรวมของไฟล์ (ไม่บังคับ)
Retrieval mode
ใช้ "Full scan"/"Always" เฉพาะ collection ขนาดเล็กที่ทุก record มีโอกาสเกี่ยวข้องเท่ากัน (เช่น โปรโมชัน) — ไม่งั้นข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งเข้า context ทุกครั้ง
อธิบายแต่ละ field:
⚠ {{ jsonFieldDescsJsonError }}
✓ JSON ถูกต้อง
ไม่พบ fields
ไม่พบ field ที่ตรงกับคำค้นหา
คำอธิบายภาพรวมของ index (ไม่บังคับ)
อธิบายแต่ละ field:
⚠ {{ esFieldDescsJsonError }}
✓ JSON ถูกต้อง
ไม่พบ fields — ตรวจสอบ URL/Index แล้วลองใหม่
ไม่พบ field ที่ตรงกับคำค้นหา
Prompt ที่ระบบใช้ตอนประมวลผลคำถาม เฉพาะ assistant นี้ (read-only) — กด Edit ที่ field ที่ต้องการแก้ไข
ต้องมี และ เสมอ — โค้ดจะแทนที่สองจุดนี้ด้วยข้อมูลจริงตอนตอบคำถาม
ใช้ตอนแปลงคำถามแชทให้เป็น standalone search query (เมื่อเปิด Query Rewrite)
ใช้ตอนขยายคำถามเป็นหลายรูปแบบ (เมื่อเปิด Query Expansion) — ต้องคง "Output ONLY the JSON object" ไว้ ไม่งั้น response อาจ parse ไม่ผ่าน
ใช้ตอนจัดลำดับผลการค้นหาใหม่ (เมื่อเปิด Rerank และ provider เป็น openai) — ต้องคง "Output ONLY the JSON object" ไว้
ใช้กับ sub-agent ชนิด Mongo ทุกตัวของ assistant นี้ — ต้องคง ไว้เป็นจุดแทรกข้อมูล collection/field สดจากแต่ละ request (ถ้าลบทิ้ง ระบบจะต่อท้ายให้แทน) และห้ามลบส่วน "Respond ONLY with JSON" เพราะโค้ด parse ตรงรูปแบบนี้
ใช้กับ sub-agent ชนิด Elasticsearch ทุกตัวของ assistant นี้ — ต้องคง ไว้เป็นจุดแทรก schema/field สดจากแต่ละ request (ถ้าลบทิ้ง ระบบจะต่อท้ายให้แทน) และห้ามลบส่วน "Respond ONLY with JSON" เพราะโค้ด parse ตรงรูปแบบนี้